สุดยอดเกมฟรีแนว Battle Royale

ยุคของเกม Battle Royale มาถึงแล้ว ต้องขอบคุณเกม PlayerUnknown's Battlegrounds (หรือที่รู้จักในชื่อ PUBG) ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเมื่อปีที่ผ่านมา และ Fortnite ที่ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าที่เคยเมื่อไม่นานมานี้

เกมประเภท Battle Royale เริ่มต้นมาจาก Mod เกมเอาชีวิตรอดออนไลน์บนพื้นที่ขนาดใหญ่อย่าง Minecraft ก่อนที่จะได้รับความนิยมจากเกมแบบสแตนด์อโลนอย่าง PUBG และ Fortnite

การเลียนแบบเป็นการยกย่องที่จริงใจที่สุดรูปแบบหนึ่ง และหลายๆ เกมที่เราเลือกมาก็ยกย่องเกมต้นแบบมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ทุกเกมต่างพลิกแพลงแนวเกมให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งมักจะเป็นวิธีการยกย่องที่ดีที่สุด มาลองดูเกม Battle Royale ฟรียอดนิยมบางส่วนกัน

คำเตือน: เกมบางส่วนในรายการด้านล่างไม่เหมาะสำหรับผู้ชมอายุน้อย โปรดใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบการจัดประเภท ESRB ของแต่ละเกมก่อนที่จะอนุญาตให้เด็กเล่น โดยเฉพาะเกมที่จัดอยู่ในประเภท M ซึ่งหมายถึงเกมสำหรับผู้ใหญ่ วิดีโอเกมเรท M อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กและ/หรือเนื้อหาที่ไม่มีป้ายกำกับ ซึ่งอาจมีภาพและเสียงที่รุนแรงสำหรับผู้ชมอายุน้อย

1. Fortnite Battle Royale จาก Epic Games

Fortnite Battle Royale ได้กลายเป็นวัฒนธรรมหลักไปแล้ว [1] ด้วยจำนวนผู้เล่นมากกว่า 125 ล้านราย (และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง) เกมนี้ไต่อันดับขึ้นมาอย่างรวดเร็วในบรรดาเกมเมอร์สายเกมเบาสมองเพื่อดึงดูดผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งคนดัง นักดนตรี นักการเมือง และบุคคลทั่วไป

Fortnite Battle Royale เป็นเกมฟรีที่ผู้เล่นต้องต่อสู้กัน (PvP) เพื่อให้เหลือรอดชีวิตเป็นคนสุดท้าย ซึ่งผู้เล่นมากถึง 100 คนจะต่อสู้กันในพื้นที่ที่เล็กลงเรื่อยๆ คุณสามารถเล่นคนเดียว จับคู่ หรือเล่นเป็นทีมที่มีผู้เล่นได้สูงสุด 4 คน แต่ไม่ว่าจะเล่นกันกี่คน คุณก็จะต้องกำจัดหรือหลบหลีกผู้เล่นคนอื่นๆ โดยยังอยู่ในเขตปลอดภัยที่จะลดขนาดลงเรื่อยๆ เนื่องจากพายุที่พัดเข้ามา

เมื่อ Battle Bus พาคุณเดินทางข้ามแผนที่ของเกม คุณสามารถเลือกจุดที่จะลงรถ (หรือเกิด) ได้ ผู้เล่นหลายคนชอบเริ่มกระโดดทันที แต่ก็มีหลายคนที่ถูกคัดออกอย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ที่ดีคือ คุณควรรอก่อนสักครู่ หาจุดที่มีคนน้อย แล้วค่อยกระโดด คุณจะต้องมองหาอาวุธและไอเท็มรอบๆ ตัว เนื่องจากคุณมีอาวุธเพียงชิ้นเดียว (เสียม) เท่านั้นตอนเริ่มเกม ใช้เสียมเจาะโครงสร้างแทบทุกประเภท (บ้าน ต้นไม้ รถยนต์ หิน ฯลฯ) เพื่อเก็บไม้และสร้างป้อมปราการที่ใช้ป้องกันตัวเอง

2. Apex Legends จาก Respawn Entertainment

Apex Legends ของ Respawn Entertainment นำองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ จากเกม Battle Royale ที่เคยมีมาก่อนหน้า รวมถึงเกมที่ไม่ใช่แบบ Battle Royale แล้วจับมาผสมผสานกันจนออกมาเป็นประสบการณ์เกม Battle Royale แบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่สนุกสนานได้ในแบบไม่เหมือนใคร

การประกาศเปิดตัวเกมและปล่อยออกมาให้เล่นในวันเดียวกันเป็นสิ่งที่เกมเมอร์ต่างใฝ่ฝัน และวิธีนี้ก็ทำให้กระแส Apex Legends พุ่งขึ้นมาในวงการเกมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2019 Apex Legends ประสบความสำเร็จในทันทีด้วยผู้เล่นกว่า 10 ล้านรายใน 72 ชั่วโมงแรก [2] และผู้เล่นที่ลงทะเบียนกว่า 25 ล้านรายในสัปดาห์แรก [3]

ความแตกต่างที่สำคัญข้อหนึ่งระหว่าง Apex Legends และเกม Battle Royale ยอดนิยมอื่นๆ คือ เกมนี้มุ่งเน้นไปที่คลาสตัวละครที่แตกต่างกันหรือ “Legend” ที่คล้ายกับ Overwatch หรือ Rainbox Six: Siege ซึ่งแต่ละเกมมาพร้อมความสามารถและสไตล์การเล่นในแบบเฉพาะตัว

ตัวละครแต่ละตัวจะมีทักษะพาสซีฟ แทคติก และพลังอัลติเมต ตัวอย่างเช่น คลาสแพทย์สนามสายต่อสู้อย่าง Lifeline จะมีทักษะพาสซีฟที่ทำให้เธอสามารถรักษาเพื่อนร่วมทีมได้เร็วกว่า Legend ตัวอื่นๆ ทั้งยังมีกำแพงเกราะคอยป้องกันด้วย

Apex Legends ยังนำกลไกใหม่ๆ อีกมากมายมาใช้งาน เช่น ระบบ Ping ที่ไม่ซ้ำใคร การให้สมาชิกในทีม 1 คนควบคุมจุดที่ทีมจะลง และระบบทีม 3 คน เทียบกับเกมทั่วไปที่มักใช้ทีม 4 คน

และข้อดีที่สุดเลยก็คือ Apex Legends เปิดให้เล่นฟรีทั้งบนคอมพิวเตอร์, PS4 และ Xbox

3. Realm Royale จาก Hi-Rez Studios

Realm Royale เป็นเกมยิงต่อสู้แบบมุมมองบุคคลที่สามในโหมดเกมที่ดัดแปลงมาจากเกมฮีโร่ยิงต่อสู้ที่ชื่อว่า Paladins แม้เกมนี้จะดูคล้ายกับเกม Fortnite ที่มาในรูปแบบการ์ตูน แต่องค์ประกอบในการเล่นเกมค่อนข้างจะแตกต่างกันอยู่พอสมควร

ความแตกต่างอย่างหนึ่งเลยก็คือ เกมนี้เกิดขึ้นในโลกที่ใช้ปืนร่วมกับม้า ปราสาท และพิเศษที่สุดก็คือ ไก่นั่นเอง! นอกจากนี้ อีกจุดหนี่งที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจาก Fortnite ได้แก่ คุณจะต้องเล่นเป็นทีมกับผู้เล่นอีก 3 คนเสมอเพื่อต่อสู้กับผู้เล่นทั้งหมด 100 คน

เมื่อกระโดดลงจากยานอวกาศ/เรือเหาะ (รวมเป็นเรือเหาะอวกาศ?) ให้ค้นหาอาวุธและชุดเกราะในหีบสมบัติที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วแผนที่หรือกล่องที่ตกลงมาจากท้องฟ้า คุณสามารถวิ่ง (แต่วิ่งเร็วไม่ได้) เพื่อหนีหมอกมรณะที่มาบรรจบกันใน Realm Royale ได้ ถึงแม้คุณจะขี่ม้าหนีมาได้ง่ายๆ เช่นกัน ในขณะที่คุณขี่ม้า คุณจะไม่สามารถต่อสู้หรือขี่เข้าไปในอาคารได้

Realm Royale ต่างจากเกม Battle Royale อื่นๆ เพราะคุณสามารถเลือกคลาสในช่วงเริ่มการต่อสู้ได้จากทั้งหมด 5 บทบาท ได้แก่ นักรบ วิศวกร นักฆ่า นักเวทย์ และนักล่า ทุกคลาสมาพร้อมทักษะและอาวุธเฉพาะตัวให้ค้นหาและเก็บระหว่างเกม โดยจะมีทักษะการเคลื่อนไหว (ที่เลือกได้จากตัวเลือกมากมาย) และช่องอาวุธ 2 ช่อง

และที่แตกต่างไปจากเกม Battle Royale อื่นๆ อีกข้อนั่นก็คือ คุณสามารถ “แยกชิ้นส่วน” อาวุธที่พบแล้วนำไปไว้ในโรงตีเหล็ก ซึ่งเป็นจุดที่คุณสามารถสร้างอาวุธและชุดเกราะระดับสูงสุดเจ๋งและทรงพลังได้ แต่ในขณะที่คุณกำลังสร้างอาวุธ คุณจะส่งสัญญาณควันออกมาเพื่อเตือนผู้เล่นคนอื่นๆ ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าคุณจะตกเป็นเป้าหมายอย่างกะทันหันระหว่างนั้น

เมื่อคุณแพ้การต่อสู้ คุณจะกลายเป็นไก่ ใช่แล้ว ไก่ถือธงตัวน้อยแสนน่ารักที่วิ่งไปรอบๆ (หัวยังอยู่กับตัวนะ) เพื่อพยายามหนีไม่ให้โดนปลิดชีพจนตายถาวร หากคุณเอาชีวิตรอดตอนเป็นไก่ได้ คุณจะกลับมาเกิดใหม่ได้สำเร็จ... และบางก็อาจตีปีกไปสู่ชัยชนะได้เลย

4. H1Z1 โดย Daybreak Game Company

H1Z1 เป็นเกม Battle Royale ที่ให้ผู้เล่นต่อสู้กันเองมากถึง 150 คนในแมตช์ชี้ชะตาที่ต้องเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย คุณสามารถเลือกเล่นคนเดียว จับคู่ หรือเล่นเป็นกลุ่ม 5 คนโดยมีเป้าหมายที่จะเป็นทีม (หรือคน) สุดท้ายที่เหลืออยู่

คุณจะเริ่มต้นแต่ละเกมด้วยการกระโดดร่มจากตำแหน่งสุ่มเหนือแผนที่ขนาดใหญ่กว่า 60 ตารางไมล์ จุดที่แตกต่างจาก Fortnite ใน H1Z1 ก็คือ คุณสามารถตัดสินใจเลือกจุดลงได้ตามประเภทการยิงต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น (จุดยิงต่อสู้จะเรืองแสงบนแผนที่) เมื่อลงมาแล้ว คุณต้องหาวิธีป้องกันตัวเองเพราะคุณจะเริ่มเกมโดยไม่มีอะไรเลย ไม่มีอาวุธ ไม่มีอะไรทั้งนั้น

อีกทางเลือกหนึ่งคือ คุณสามารถเลือกเล่นโหมด Combat Zone ซึ่งคุณจะเริ่มเกมพร้อมชั้นวางอาวุธบรรจุกระสุนเต็มและเกิดใหม่ได้ไม่จำกัด เพื่อเรียนรู้วิธียิงอาวุธและฝึกฝนทักษะของคุณ หรือคุณจะกระโดดขึ้นรถและดริฟต์ทำโดนัทรอบตัวผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ได้

ในระหว่างเกมที่ดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรนักในแง่ของภาพ คุณจะต้องค้นหาอาวุธ อุปกรณ์ เสบียง และยานพาหนะที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปพร้อมๆ กับออกล่าหรือซ่อนตัวจากผู้เล่นคนอื่นๆH1Z1 ยังมีระบบสร้างอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณสามารถสร้างเครื่องมือชั่วคราวต่างๆ เช่น การแยกชิ้นส่วนไอเท็มที่พบมาทำเป็นชุดเกราะหรือผ้าพันแผล

ในขณะที่การเล่นเกมใน H1Z1 ดำเนินไป ให้คอยสังเกตเมฆก๊าซพิษสีเขียวไว้ให้ดี เพราะเมฆจะโจมตีและฆ่าผู้ที่ยังคงอยู่ภายในนั้น คุณจะต้องเคลื่อนไหวและต่อสู้อยู่ตลอด

5. Cuisine Royale จาก Darkflow Software

Cuisine Royale เป็นเกม Battle Royale “สงครามเครื่องครัวเต็มรูปแบบ” ที่เริ่มต้นจากมุกวันเมษาหน้าโง่โดยผู้พัฒนาเกม MMO แบบทีมอย่าง Enlisted

ภาพโดยรวมของเกมก็คือ ผู้เล่น 30 คนต่อแมตช์จะมุ่งหน้าออกจากพื้นที่ส่วนต่างๆ บนแผนที่ โดยในตอนเริ่มต้นจะมีเพียงชุดชั้นใน (ไม่ต้องกังวล เกมนี้เล่นได้ทุกวัย) และเดินไปกลางสนามรบที่มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ การต่อสู้หลักจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายแมตช์ ซึ่งมีเพียงผู้รอดชีวิตที่เก่งที่สุดเท่านั้นที่จะมาเผชิญหน้ากัน

เกมนี้ต่างจาก Fortnite หรือ H1Z1 เพราะไม่มีรถบัสหรือร่มชูชีพที่จะปล่อยตัวคุณเข้าสู่โลกของเกม Cuisine Royale ซึ่งคล้ายกับหมู่บ้านที่ขยับขยายไปทางตอนใต้ของฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คุณเพียงแค่เริ่มออกวิ่ง ยิงปืน และปล้นสะดมในฐานะตัวละครชายนุ่งน้อยห่มน้อย

เมื่อพูดถึงการปล้นสะดม คุณจะพบกล่องไอเท็มฟรีในสิ่งของต่างๆ เช่น ตู้เย็นที่มีไอเท็มอาหารที่เหมาะจะอยู่ในนั้น และไอเท็มที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไร เช่น อาวุธ แม้ว่าเกราะจะค่อนข้างเหมาะสมในแง่ที่เป็นเครื่องครัว เช่น หม้อ กระทะ และกระชอน

แต่อย่าประมาทอาวุธที่ดูน่าขันนี้ เพราะการหวดกระทะก็อาจทำให้คุณตายได้ คุณยังสามารถใช้กระชอนเป็นหมวกกันน็อคหรือกระทะจีนเป็นโล่ หรือรองเท้าแตะรูปกระต่ายที่ช่วยให้คุณกระเด้งได้ แน่นอนว่าคุณอาจจะดูน่าตลก แต่ถ้าคุณดูดีเมื่อสวมกางเกงบ็อกเซอร์ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

6. Last Man Standing จาก Free Reign Entertainment

Last Man Standing อาจเป็นเกมที่เหมาะจะเรียกว่า “Battle Royale” มากที่สุดในบรรดาเกมประเภทที่ต้องต่อสู่เพื่ออยู่รอดเป็นคนสุดท้าย เกมยิงปืนนี้บอกจุดประสงค์ของตัวเกมอย่างชัดเจนไม่อ้อมค้อมตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยคำเตือนที่ให้คุณ “สู้จนตัวตาย!”

เกมนี้แตกต่างจาก Fortnite และ Realm Royale เพราะกราฟิกจะแสดงผลลัพธ์การยิงสำเร็จในแบบสมจริงมากกว่า คุณสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นทีม 4 คน โดยเข้าร่วมกับผู้เล่นทั้งหมด 100 คนในสนามรบ ในโหมดการแข่งขัน คุณจะต้องเลือกอาวุธและอุปกรณ์ในนาทีแรก จากนั้นจึงเตรียมตัวเข้าร่วมการต่อสู้

นอกจากนั้น คุณยังสามารถเข้าร่วมโหมด Proving Grounds ซึ่งคุณจะมีโอกาสฝึกฝนและขัดเกลาทักษะพร้อมสำรวจแผนที่ได้โดยไม่ต้องกังวลกับสนามพลังไฟฟ้าที่ลดขนาดลงเรื่อยๆ เพราะคุณจะเกิดใหม่ได้ไม่รู้จบ

จุดแตกต่างอีกข้อหนึ่งเมื่อเทียบกับเกม Fortnite และเกมแบทเทิลรอยัล อื่นๆ ก็คือ คุณจะไม่มีโอกาสเลือกจุดลงตอนเริ่มต้น และทำได้เพียงแค่ลงเอยในตำแหน่งสุ่มบนแผนที่ Last Man Standing มีอาวุธกว่า 30 ประเภทให้เลือกใช้ จึงเป็นเกมที่เน้นอาวุธอย่างจริงจัง และคุณสามารถปรับแต่งอาวุธด้วยอุปกรณ์ประกอบอีกมากมาย

เช่นเดียวกับเกมแบทเทิลรอยัล อื่นๆ เกมนี้จะมีไอเท็มอุปกรณ์ชั้นเยี่ยมปล่อยลงมาให้เก็บระหว่างเกม แต่คุณก็เสี่ยงที่จะเปิดเผยตัวตนต่อผู้เล่นคนอื่นๆ เมื่อคุณกำลังปล้นของ นอกจากนี้ยังมีกล่องรางวัลพิเศษที่ตัวละครของคุณจะได้รับเมื่อเลเวลสูงขึ้น ภายในจะมีทั้งเสื้อผ้า ลายปืน อีโมตเย้ยหยัน และอื่นๆ อีกมากมาย

7. Unturned จาก Smartly Dressed Games

Unturned ดูไม่เหมือนเกม Battle Royale อื่นๆ ในรายการนี้ เกมเอาตัวรอดจากซอมบี้สยองขวัญแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งมีลักษณะเหมือน Minecraft ที่บ้าคลั่งมากกว่า ด้วยองค์ประกอบกราฟิกแบบบล็อกในทำนองเดียวกัน

Unturned จะให้คุณเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คนในเหตุการณ์ซอมบี้ครองโลกซึ่งเกิดจากการระบาดบางอย่างที่ไม่อาจรู้ได้จากอุบัติเหตุทางวิทยาศาสตร์ และคุณจะต้องต่อสู้เพื่ออยู่ท่ามกลางคนเป็น หรือไม่อย่างนั้นคุณก็จะจากไปอย่างไม่หวนคืน

Unturned มีโหมดเกมต่างๆ ให้เลือกเล่น ร่วมถึงโหมด Survival, Arena และ Horde ในโหมดเกม Survival คุณสามารถเลือกเล่นคนเดียวหรือหลายคนได้ โดยคุณจะไปเกิดในโลกของเกมพร้อมเสื้อผ้าที่ขึ้นอยู่กับทักษะของคุณ ในโหมด Arena แบบผู้เล่นหลายคนหรือโหมด Battle Royale คุณจะเริ่มด้วยร่างกายเปลือยเปล่า ตัวคุณจะเป็นเพียงรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดังนั้นจึงไม่ได้สำคัญอะไรอยู่แล้ว เพียงแค่ว่าคุณจะอ่อนแอกว่า เคล็ดลับเด็ดคือคุณสามารถเปลี่ยนสีผิวเป็นสีเขียวเพื่ออำพรางตัวเองได้

คุณจะต้องค้นหาอาวุธและเสบียงเพื่อให้ได้เปรียบและต่อสู้กับซอมบี้ที่เดินโซเซแต่ว่องไวอย่างน่าประหลาด หากซอมบี้เข้าถึงตัวคุณ พวกมันจะโจมตีค่อนข้างรวดเร็ว คุณจะได้เห็นเลือดกระเซ็นไปทั่วทุกที่ในเวลาเพียงไม่นาน ในขณะที่คุณเล่นเกมไปเรื่อยๆ คุณจะได้รับคะแนนประสบการณ์เพื่อใช้อัปเกรด

เช่นเดียวกับใน Minecraft และเกม Battle Royale บางเกมในรายการของเรา คุณสามารถสร้างไอเท็มและที่อยู่อาศัยได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ แผงกั้น กับดัก และอื่นๆ และถ้าหากคุณเล่นอยู่ในช่วงเย็นของโลกในเกม คุณจะต้องปิดหน้าต่างของโครงสร้างที่มีอยู่เพื่อเอาตัวรอดตอนกลางคืนด้วย

คุณสามารถขับรถต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเพื่อหลบหนีและขับชนซอมบี้ได้ แต่พยายามอย่าให้น้ำมันหมด คุณยังต้องรักษาสุขภาพด้วยการกินและดื่ม และอย่าลืมสังเกตระดับรังสีของคุณ เนื่องจากคุณจะได้รับบาดเจ็บจากรังสีของซอมบี้บางชนิด (ซึ่งก็คือซอมบี้ที่ไม่ฆ่าคุณ)

8. The Darwin Project จาก Scavengers Studio

The Darwin Project เป็นเกมเอาชีวิตรอดแบบผู้เล่นหลายคนในมุมมองบุคคลที่สาม โดยฉากในตัวเกมเป็นเทือกเขาร็อกกี้ของแคนาดาที่มีหิมะปกคลุม ซึ่งเสื่อมโทรมหลังจากหายนะผ่านพ้นไป เกมนี้แตกต่างจากเกม Battle Royale อื่นๆ ที่กล่าวมา เพราะ The Darwin Project เป็นเกมออกตามล่าคนที่คุณจะตกลงไปในอารีนาพร้อมกับผู้เล่นอีก 9 คน

คุณจะมีเพียงขวานและธนูติดตัวเท่านั้น คุณจึงต้องสร้างอาวุธและเสื้อผ้า เช่น เสื้อคลุม และก่อไฟเพื่อเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของผู้เล่นคนอื่นๆ และความหนาวเย็น (เทือกเขาร็อกกี้ทางตอนเหนือของแคนาดามีอากาศเย็นยะเยือก) คุณสามารถปลอมตัว เคลื่อนย้าย วางกับดัก และตามรอยผู้เล่นจากรอยเท้าและเบาะแสอื่นๆ แผนที่จะบอกให้คุณทราบว่าผู้เล่นรายใดกำลังต่อสู้อยู่ แต่ไม่ได้บอกจุดที่เกิดการต่อสู้

เกมจะมี Show Director ซึ่งคล้ายกับ Gamemaker ใน The Hunger Games ที่คอยควบคุมว่าเกมแต่ละแมตช์ที่มีผู้เล่น 10 คนนี้จะดำเนินไปอย่างไร Show Director จะประกาศให้รู้เมื่อมีการสังหารและเมื่อปิดเขตต่างๆ นอกจากนั้นยังสามารถเปิดให้ผู้เล่นที่ดูอยู่ลงคะแนนว่าใครควรถูกล่า ดังนั้นคุณจึงไม่ได้เป็นเพียงสมาชิกในรายการเรียลลิตี้โชว์แบบพลิกแพลงนี้เท่านั้น แต่คุณยังอยู่อยู่ในความควบคุมของ Director ที่มีอำนาจทุกอย่างและกลุ่มผู้ลงคะแนน ขอให้โอกาส (และผลคะแนน) อยู่ข้างคุณ

เกมแนว Battle Royale คืออะไร

เกมแนว Battle Royale เป็นเกมที่ผู้เล่นจำนวนมากเริ่มต้นด้วยไอเท็มเพียงไม่กี่ชิ้น จากนั้นจึงค้นหาอาวุธและเกราะ กำจัดคู่ต่อสู้ และหลบหลีกออกมาไม่ให้ติดอยู่นอกพื้นที่ปลอดภัยที่ลดขนาดลงเรื่อยๆ จากนั้นผู้เล่นจะถูกบังคับให้ต่อสู้ในเขตนี้เพื่อแข่งขันกันจนคว้าชัยชนะ

ผู้ที่ติดอยู่นอกเขตปลอดภัยดังกล่าวจะสูญเสียพลังชีวิตอย่างรวดเร็วและถูกกำจัดในที่สุด ผู้เล่นคนสุดท้ายที่เหลือรอดคือผู้ชนะ เกมประเภทนี้ผสานรวมองค์ประกอบเกมต่อสู้เพื่อเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายเข้ากับองค์ประกอบสำคัญของเกมเอาชีวิตรอดแบบออกสำรวจ

ชื่อเกมประเภท Battle Royale มาจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง Battle Royale ซึ่งนำเสนอเนื้อเรื่องหลักในแบบเดียวกันกับการแข่งขันเพื่อหาผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายในเขตที่ลดขนาดลงเรื่อยๆ

เกมประเภทนี้ย่อมเหมาะจะดึงดูดผู้เล่นจำนวนมาก เพราะหลายเกมเป็นเกมออนไลน์แบบผู้เล่นหลายคนจำนวนมาก (MMO)

คอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมและอื่นๆ

ลองดูคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปสำหรับเล่นเกมและอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมหลากหลายรุ่นของ HP® เพื่อช่วยให้คุณรับมือกับข้อกำหนดที่ท้าทายที่สุดของเกม Battle Royale ฟรีเหล่านี้

[1] Epic Games, ประกาศฤดูกาลแข่งขัน Fortnite ประจำปี 2018-2019

[2] PC Gamer: สิ่งที่จะได้พบใน Apex Legends

[3] GamesRadar+: จำนวนคนที่เล่น Apex Legends มีอยู่เท่าไร